ผื่นเด็กทารก แบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์
- regagar

- Jan 22
- 2 min read
“ ผื่นเด็กทารก ” เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยมากๆ ในช่วงขวบปีแรกของลูกน้อย เนื่องจากลูกน้อยวัยทารกนั้น ยังคงมีผิวที่บอบบางมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า จึงค่อนข้างไวต่อการสัมผัส ความร้อน การอับชื้นเงื่อ น้ำลาย ผ้าอ้อม รวมไปถึงสารเคมีต่างๆ ที่คุณแม่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น ผงซักฝอก สบู่ ยาสระผมของลูกน้อย ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองเป็นผดผื่นได้ง่ายนั่นเอง

ผื่นบางชนิดอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ดูแลเองที่บ้านก็หายได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผื่นบางชนิดก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรค หรือการติดเชื้อ ที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ลูกน้อยเป็นผื่นแบบไหนแล้วควรพาไปพบแพทย์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ดูแลผิวลูกน้อยได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ผื่นเด็กทารก ที่พบได้บ่อย และไม่อันตราย
ก่อนจะไปพูดถึงผื่นแบบไหนที่ร้ายแรงควรพบแพทย์ มาดูกันก่อนว่าผื่นแบบไหนที่พบได้ทั่วไป และมักดูแลให้หายเองได้

ผดร้อน (Heat Rash) ลักษณะ : เป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ หรือเม็ดใส
พบบ่อยบริเวณ : คอ รักแร้ หลัง ซอกพับ
สาเหตุ : อากาศร้อน เหงื่อออกมาก ท่อต่อมเหงื่ออุดตัน ทำให้การระบายเหงื่อทำได้ไม่ดีพอ
การดูแล : อยู่ในที่อากาศถ่ายเท อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าบาง ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำ และทาเพื่อลดผดผื่น เสริมชั้นผิวให้แข็งแรง
ผื่นผ้าอ้อม ลักษณะ : ผิวแดง แสบร้อน ผิวเปื่อย อักเสบ อาจมีน้ำซึม พบบ่อยบริเวณ : รอบก้น ขาหนีบ
สาเหตุ : ความอับชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ
การดูแล : เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ ไม่ควรปล่อยไว้นาน หากมีน้ำซึม หรือมีเหงื่อชื้นมาก ให้อาบน้ำใหม่ หรือนำสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดให้สะอาด ทาโลชั่นลดผื่น ตามรอยผื่น
สิวทารก ลักษณะ : เป็นสิวอุดตันหัวปิด คล้ายกับผู้ใหญ่
พบบ่อยบริเวณ : ขึ้นได้ทั่วใบหน้า แก้ม คาง
สาเหตุ : ฮอร์โมนจากแม่ที่ยังคงอยู่ ที่ส่งผ่านมาขณะตั้งครรภ์
การดูแล : ห้ามบีบ ห้ามทายาผู้ใหญ่ เน้นทาครีมทาผื่นเด็กที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบ และสิวทารกมักหายเองในไม่กี่สัปดาห์
ผื่นน้ำลาย
ลักษณะ : ผื่นแดง ผิวอักเสบ
พบบ่อยบริเวณ : มักเป็นรอบปาก คาง
สาเหตุ : น้ำลาย หรือมีคราบน้ำนม เปียกชื้นนาน
การดูแล: ซับผิวบริเวณที่มีคราบน้ำลาย น้ำนมให้แห้ง ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นสะอาดเช็ดเบาๆ และทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการอักเสบของผิว ฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนใสเหมือนเดิม
ผื่นทารก
ลักษณะ : ผื่นแดงเล็กๆ กระจายทั่ว
พบบ่อยบริเวณ : กระจายได้ทั่วผิวหน้า
สาเหตุ : ผิวบอบบางที่ระคายเคืองง่าย เมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษก็ทำให้เกิดการระคายเคืองได้นั่นเอง
การดูแล : พยายามสังเกตสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคือง และหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด และเมื่อลูกน้อยมีผื่น อย่าลืมทาครีมทาผื่น ที่สามารถลดผื่น เสริมกำแพงชั้นผิวลูกน้อยให้แข็งแรงมากขึ้น แนะนำให้ทาทุกวันหลังอาบน้ำ และทาซ้ำระหว่างวัน เน้นบริเวณที่เป็นผื่นได้เลย
นอกจากผื่นเหล่านี้แล้วก็ยังมี ผื่นคันทั่วไป ผื่นผิวแห้ง แม้ดูน่ากังวล แต่ส่วนใหญ่มักไม่อันตราย หากไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น ไข้ ซึม หรือผื่นลุกลามผิดปกติ ดังนั้นเมื่อลูกน้อยมีผื่น คุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างถูกต้องผิวลูกน้อยจะค่อยๆ ดีขึ้นได้ ผื่นที่เคยเป็นก็จะหายไปได้เองเลย
เด็กทารกเป็นผื่นแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์
แม้ว่าหลายๆ ผื่นที่เรากล่าวมาข้างต้นนั้น จะสามารถดูแลให้หายเองได้ ไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรง แต่ก็มีบางชนิดที่ไม่ควรรอดูอาการ และควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคจะดีที่สุด

ผื่นที่มาพร้อม “ ไข้สูง ”
หากลูกน้อยมีผื่นร่วมกับ : ไข้สูงเกิน 38°C มีอาการซึม ไม่ดูดนม ร้องงอแงกวนมากจนผิดปกติ
อาจเป็นสัญญาณของ : โรคหัด ไข้เลือดออก มือ เท้า ปาก
หากมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยหาโรคและรักษาได้ทันท่วงที
ผื่นที่มี “ ตุ่มน้ำใส แตก เป็นแผล ”
ลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับ : อีสุกอีใส เริม การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
โดยเฉพาะหากมีอาการ : แผลลุกลามเร็ว มีหนอง ผิวบวม แดง ร้อน
ควรพาลูกน้อยพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินและให้ยาที่เหมาะสมในการรักษาในทันที
ผื่นที่ “ ลามเร็วผิดปกติ ”
หากผื่นเริ่มจากจุดเล็ก ๆ แต่กระจายทั่วตัวใน 1–2 วัน สีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ และลูกน้อยดูไม่สบายตัว นั่นอาจเป็นสัญญาณของ : การแพ้รุนแรง การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
ผื่นที่ “ ไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน ”
ผื่นเด็กทารกทั่วไปมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อดูแลถูกวิธี แต่ถ้าดูแลแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงเรื่อย ๆ ควรให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยว่าเป็นผื่นชนิดใดแน่ และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
ผื่นที่สงสัยว่าเกิดจาก “ การแพ้อาหารหรือนม ”
สังเกตว่า ผื่นขึ้นหลังเปลี่ยนนม ผื่นขึ้นหลังเริ่มอาหารเสริม และมีอาการอื่นร่วม เช่น ท้องเสีย อาเจียน หายใจมีเสียงหวีด อาจเป็นอาการแพ้อาหาร ต้องพบแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลระยะยาว
ผื่นที่มี “ มีกลิ่น ”
อาจเป็น ผื่นติดเชื้อแบคทีเรีย ผื่นพุพอง (Impetigo) หากปล่อยไว้ อาจลุกลามและทิ้งรอยแผลเป็นได้
ผื่นที่ทำให้เด็ก “คันมากจนเกาไม่หยุด”
หากลูกน้อยเริ่มมีอาการร้องกวน นอนไม่หลับ เกาจนผิวถลอก นั่นอาจเป็น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นจากไรหรือแมลง ผื่นแพ้สารเคมี แบบนี้ต้องพบแพทย์ ต้องให้แพทย์ช่วยประเมินและเลือกยาที่เหมาะกับวัยทารกดูแลรักษาต่อไป

วิธีดูแลผื่นเด็กทารกเบื้องต้น
แม้บางผื่นต้องพบแพทย์ แต่ผื่นทั่วไปสามารถดูแลได้ด้วยหลักง่าย ๆ ที่บ้าน
รักษาความสะอาด : อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ใช้สบู่อ่อนโยนสำหรับเด็ก
ลดความอับชื้น : เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ซับผิวให้แห้งก่อนใส่ผ้าอ้อม หากผิวชื้นเหงื่อมาก ควรอาบน้ำและบำรุงผิวใหม่
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี : ผ้าฝ้าย ไม่รัดแน่น
หลีกเลี่ยงการใช้ยามั่ว : ไม่ควรทายาผู้ใหญ่ ไม่ใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่ปรึกษาแพทย์
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผื่นเด็กทารก
Q1 : ผื่นเด็กทารกแบบไหนอันตรายที่สุด?
A : ผื่นที่อันตรายคือผื่นที่มาพร้อมไข้สูง ซึม ไม่ดูดนม ผื่นลามเร็ว หรือมีตุ่มน้ำแตกเป็นแผล เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อรุนแรง
Q2 : ผื่นเด็กทารกหายเองได้ไหม?
A : ผื่นบางชนิด เช่น ผดร้อน ผื่นสิวทารก สามารถหายเองได้ แต่ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากไม่ดีขึ้นใน 3–5 วัน ควรปรึกษาแพทย์
Q3 : ใช้แป้งโรยช่วยให้ผื่นหายเร็วขึ้นไหม?
A : ไม่แนะนำให้ใช้แป้งโรยโดยตรง เพราะอาจอุดตันรูขุมขนและทำให้ผื่นแย่ลง ควรเน้นให้ผิวแห้งและสะอาดแทน
Q4 : ผื่นเด็กทารกเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้หรือไม่?
A : ได้ค่ะ ผื่นบางชนิด เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผื่นแพ้อาหาร สามารถเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคภูมิแพ้ในอนาคตได้
Q5 : ควรพาลูกไปพบแพทย์ตั้งแต่ผื่นขึ้นวันแรกไหม?
A : หากเป็นผื่นเล็กน้อยและลูกยังร่าเริงดี สามารถสังเกตอาการก่อนได้ แต่ถ้ามีไข้ ซึม หรือผื่นดูรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที
Q6 : ผื่นเด็กทารกเกิดจากนมแม่ได้ไหม?
A : โดยทั่วไปนมแม่ไม่ทำให้เกิดผื่น แต่สารอาหารบางชนิดจากอาหารของแม่อาจกระตุ้นการแพ้ในเด็กบางรายได้ หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์
Q7 : ผื่นเด็กทารกทายาอะไรได้บ้าง?
A : ควรใช้เฉพาะครีมที่ออกแบบมาสำหรับทารก และหลีกเลี่ยงยาที่มีสเตียรอยด์หรือยาฆ่าเชื้อแรง ๆ หากไม่แน่ใจควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
“เพราะเรื่องของลูก ไม่ใช่อะไรก็ได้” ปรึกษาปัญหาผิวลูก หรือ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์
คลิก Inbox : http://m.me/regagarth
Line : @regagar ( https://lin.ee/LLGNbL8 )



Comments