top of page

ผื่นร้อน ในเด็ก คืออะไร มีสาเหตุ และวิธีดูแลอย่างไร

7 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

ช่วงอากาศร้อน คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตว่าผิวของลูกมีตุ่มเล็ก ๆ หรือรอยแดงเกิดขึ้นตามบริเวณคอ หลัง หน้าอก หรือรอยพับต่าง ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ลูกเล่นจนเหงื่อออกมาก หลายคนจึงสงสัยว่า “ นี่คือ ผื่นร้อน หรือเปล่า ? ” และควรดูแลผิวของลูกอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ผื่นร้อน หรือที่หลายคนเรียกว่า ผดร้อน เป็นภาวะผิวหนังที่สัมพันธ์กับความร้อนและเหงื่อ โดยสามารถพบได้ในเด็ก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง รวมถึงช่วงที่มีเหงื่อออกมากและผิวหนังมีความอับชื้น แม้ผื่นร้อนที่ไม่รุนแรงมักไม่ใช่ภาวะที่น่ากังวล แต่ผื่นบนผิวเด็กสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบางครั้งอาจมีลักษณะคล้ายกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตลักษณะผิวและอาการอื่น ๆ ที่เกิดร่วมด้วย


ผื่นร้อน

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า ผื่นร้อนในเด็กคืออะไร เกิดจากอะไร มีลักษณะอย่างไร มักขึ้นบริเวณไหน รวมถึงวิธีดูแลและป้องกันผื่นร้อนอย่างเหมาะสม


ผื่นร้อน คืออะไร

ผื่นร้อน (Heat rash) หรือ ผดร้อน (Miliaria) เป็นปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับการอุดตันของท่อเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกจากผิวได้ตามปกติ และอาจทำให้เกิดตุ่มหรือผื่นบนผิวหนัง

ผื่นร้อนสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่พบได้ค่อนข้างบ่อยในเด็กเล็ก เนื่องจากผิวของเด็กยังบอบบาง และระบบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่ออากาศร้อน หรือชื้น อบอ้าว ร่างกายจะผลิตเหงื่อเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยระบายความร้อน หากมีเหงื่อมาก ประกอบกับเสื้อผ้าที่หนาหรือรัดแน่น รวมถึงบริเวณผิวที่มีรอยพับ และระบายอากาศได้ไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดความร้อนและความชื้นสะสมบริเวณผิว โดยทั่วไป ผื่นร้อนมักพบในบริเวณที่มีเหงื่อออกง่ายหรือมีการอับชื้น เช่น คอ หลัง หน้าอก รักแร้ และบริเวณข้อพับต่าง ๆ


ผื่นร้อน ในเด็ก เกิดจากอะไร

ปัจจัยสำคัญคือ ความร้อนและเหงื่อ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจทำให้เกิดความอับชื้นและเพิ่มโอกาสเกิดผื่นร้อนได้

ผื่นร้อนในเด็ก

  • อากาศร้อน  : เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะผลิตเหงื่อมากขึ้นเพื่อระบายความร้อน หากเหงื่อสะสมอยู่บนผิวเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้ผิวเกิดความอับชื้นได้ ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นในหลายช่วงของปี จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้ปัญหาผิวที่สัมพันธ์กับความร้อนและเหงื่อพบได้บ่อย

  • เหงื่อออกมาก  : เด็กที่เล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ คอ หลัง และลำตัว หากเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ดี และยังคงสะสมอยู่บริเวณผิว ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดผื่นร้อน

  • สวมเสื้อผ้าหนาเกินไป : การใส่เสื้อผ้าหลายชั้นหรือเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี อาจทำให้ความร้อนและเหงื่อสะสมอยู่บนผิว คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน

  • ผิวอับชื้นบริเวณรอยพับ :  บริเวณซอกคอ รักแร้ และข้อพับต่าง ๆ เป็นจุดที่อากาศถ่ายเทได้ไม่ดีนัก และอาจมีเหงื่อสะสมได้ง่าย ในเด็กเล็กที่มีรอยพับบริเวณคอมาก การดูแลบริเวณดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

  • การเสียดสีของผิว : เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับเสื้อผ้าอาจทำให้ผิวรู้สึกไม่สบายและระคายเคืองได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเหงื่อและความชื้นร่วมด้วย


ผื่นร้อนมักขึ้นบริเวณไหนของเด็ก

ผื่นร้อนในเด็ก สามารถเกิดขึ้นได้หลายบริเวณ แต่โดยทั่วไปมักพบในบริเวณที่มีเหงื่อออกง่าย มีรอยพับ หรือมีการระบายอากาศไม่ดี


บริเวณที่เป็นผดร้อน

  • บริเวณคอ :  บริเวณคอเป็นจุดที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต โดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็กที่มีรอยพับบริเวณคอ เมื่อมีเหงื่อสะสมและเกิดความอับชื้น อาจทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวเกิดตุ่มหรือรอยแดงได้

  • บริเวณหลัง :  เด็กที่นอนเป็นเวลานานหรือมีเหงื่อออกมากบริเวณหลัง อาจเกิดความร้อนและความชื้นสะสมบริเวณดังกล่าวได้ การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศและช่วยให้ผิวระบายอากาศได้จึงเป็นหนึ่งในวิธีดูแลที่ควรให้ความสำคัญ

  • บริเวณหน้าอกและลำตัว :  หากเด็กมีเหงื่อออกมากบริเวณลำตัว โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน ก็อาจพบตุ่มหรือผื่นในบริเวณดังกล่าวได้

  • บริเวณข้อพับ :  รอยพับ เช่น รักแร้ ข้อพับแขน หรือข้อพับขา เป็นบริเวณที่อับชื้นได้ง่าย จึงควรดูแลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ

  • บริเวณใบหน้าและศีรษะ :  ในเด็กบางคนอาจพบตุ่มบริเวณใบหน้า หน้าผาก หรือศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อมีเหงื่อออกมาก


วิธีดูแลผื่นร้อนในเด็กอย่างเหมาะสม

เมื่อพบว่าลูกมีตุ่ม หรือผื่นหลังจากอยู่ในอากาศร้อน สิ่งแรกที่ควรทำคือ ลดปัจจัยที่ทำให้เกิดความร้อนและความอับชื้น พร้อมดูแลผิวอย่างอ่อนโยน

วิธีดูแลผื่นร้อน

  • หลีกเลี่ยงอากาศร้อน : พยายามให้ลูกอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรืออับจนเกินไป หากอยู่ในบ้าน ควรดูแลสภาพแวดล้อมให้มีอุณหภูมิที่สบาย และหลีกเลี่ยงการห่อตัวหรือใส่เสื้อผ้าหลายชั้นโดยไม่จำเป็น

  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี : เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศ เนื้อผ้าไม่หนาเกินไป และไม่รัดแน่นจนทำให้เหงื่อระบายออกได้ยาก สำหรับเด็กเล็ก ควรตรวจดูบริเวณคอ หลัง และรอยพับเป็นระยะ หากพบว่ามีเหงื่อสะสมมาก อาจเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสม

  • ดูแลผิวให้สะอาดอย่างอ่อนโยน : หลังจากลูกเล่นหรือมีเหงื่อออกมาก ควรดูแลความสะอาดผิวอย่างเหมาะสม การทำความสะอาดไม่จำเป็นต้องขัดหรือถูผิวแรง เพราะผิวเด็กมีความบอบบาง การทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

  • ซับผิวให้แห้ง : หลังอาบน้ำหรือทำความสะอาดผิว ควรใช้ผ้าสะอาดซับเบา ๆ แทนการเช็ดหรือถูแรง ๆ ให้ความสำคัญกับบริเวณซอกคอ รักแร้ และข้อพับ ซึ่งเป็นจุดที่ความชื้นอาจสะสมได้ง่าย

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน : หากลูกมีผิวที่ไวต่อการระคายเคือง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวเด็ก และหลีกเลี่ยงการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกัน หากใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วลูกมีอาการแสบ คัน หรือระคายเคืองมากขึ้น ควรหยุดใช้และสังเกตอาการ แนะนำให้เลือกเป็นสูตรที่สามารถลดการสะสมแบคทีเรียก่อโรคบนผิว และขจัดคราบเหงื่อที่ชื้นบนผิวได้จะดีมาก อย่างเช่น BABY WASH AND SHAMPOO SOFT FOAM FORMULA Regagar สูตรนี้ดูแลปัญหาผื่นร้อนได้อย่างดี

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว : การดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวเด็ก โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัยและสภาพผิวของลูก ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณมาก แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก อย่างเช่นสูตร BABY EVERYDAY BODY LOTION โลชั่นเรกาก้าร์ ที่มีวิตามินมากมายที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างดีแล้ว ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยในการลดการระคายเคืองผิว บรรเทาอาการคัน ลดการอักเสบของผิวได้อีกด้วย

  • ไม่เกาหรือแกะบริเวณผื่น : หากลูกรู้สึกคันและพยายามเกา คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยดูแลไม่ให้ลูกเกาหรือแกะบริเวณดังกล่าว เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น

  • ห้ามใช้แป้งทาซ้ำ : ผื่นร้อน หรือผดร้อนเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ดังนั้นหากคุณแม่ทาแป้ง จะยิ่งทำให้ผิวลูกน้อยอุดตัน จนเกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นเมื่อลูกน้อยมีผื่นร้อน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทาแป้งให้ลูกน้อย


ผื่นร้อนในเด็กควรดูแลนานแค่ไหน

ระยะเวลาที่ผื่นร้อนจะดีขึ้นอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง สภาพผิวของเด็ก และปัจจัยที่ทำให้เกิดผื่น หากผื่นมีความสัมพันธ์กับอากาศร้อน เหงื่อ และความอับชื้น การลดปัจจัยเหล่านี้ เช่น ทำให้ผิวเย็นลง ดูแลให้แห้ง และเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อาจช่วยให้ผิวกลับมาสบายขึ้นได้


เมื่อไหร่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์

แม้ผื่นร้อน มักสัมพันธ์กับความร้อนและเหงื่อ แต่ผื่นที่เกิดขึ้นในเด็กสามารถมีสาเหตุได้หลายอย่าง และคุณพ่อคุณแม่ตั้งคอยสังเกต หากมีอาการมากกว่านั้น และควรพาลูกไปพบแพทย์ อาการเหล่านั้น ก็อย่างเช่น


ผดร้อน ผื่นร้อน

  • ผื่นมีจำนวนมากขึ้นหรือขยายเป็นบริเวณกว้าง

  • ผื่นดูรุนแรงขึ้น

  • ลูกมีอาการเจ็บหรือไม่สบายตัวมาก

  • มีไข้ร่วมด้วย

  • มีตุ่มหนองหรือแผล

  • ผิวบริเวณนั้นมีอาการบวม แดง หรือมีความผิดปกติที่น่ากังวล

  • ดูแลเบื้องต้นแล้ว หลายวันอาการไม่ดีขึ้น


สรุป  :  ผื่นร้อนหรือผดร้อน เป็นปัญหาผิวที่สัมพันธ์กับความร้อน เหงื่อ และความอับชื้น สามารถพบได้ในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือมีเหงื่อออกมาก บริเวณที่พบได้บ่อย ได้แก่ คอ หลัง หน้าอก ลำตัว และรอยพับต่าง ๆ การดูแลเบื้องต้นจึงควรเน้นการลดความร้อนและความอับชื้น เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ซับผิวให้แห้ง และหลีกเลี่ยงการเกาหรือถูผิวแรง ๆ

อย่างไรก็ตาม ผื่นที่เกิดขึ้นบนผิวเด็กอาจมีสาเหตุได้หลายประการ หากผื่นมีอาการรุนแรงขึ้น มีไข้ มีแผล ตุ่มหนอง อาการเจ็บ หรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสม


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผื่นร้อน

Q : ผื่นร้อนในเด็กเกิดจากอะไร ?

A : ผื่นร้อนมักสัมพันธ์กับอากาศร้อน เหงื่อ และความอับชื้น เมื่อเหงื่อระบายออกจากผิวได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดตุ่มหรือผื่นขึ้นได้ โดยเฉพาะบริเวณคอ หลัง หน้าอก และรอยพับต่าง ๆ


Q : ผื่นร้อนในเด็กหน้าตาเป็นอย่างไร ?

A : ผื่นร้อนอาจมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีใส สีเดียวกับผิว หรือมีสีแดง และบางรายอาจรู้สึกคันหรือระคายเคือง อย่างไรก็ตาม ผื่นชนิดอื่นอาจมีลักษณะคล้ายกัน จึงไม่ควรวินิจฉัยจากลักษณะเพียงอย่างเดียว


Q : ผื่นร้อนในเด็กขึ้นบริเวณไหนบ่อย ? A : บริเวณที่พบได้บ่อยคือคอ หลัง หน้าอก ลำตัว รักแร้ และข้อพับ เนื่องจากเป็นบริเวณที่อาจมีเหงื่อหรือความอับชื้นสะสมได้ง่าย


Q : ลูกเป็นผื่นร้อนควรอาบน้ำไหม ?

A : โดยทั่วไปสามารถทำความสะอาดผิวได้ตามปกติ โดยเน้นการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการถูหรือขัดผิวแรง ๆ หลังอาบน้ำควรซับผิวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณรอยพับ


Q : ผื่นร้อนใช้ครีมได้ไหม ?

A : การดูแลขึ้นอยู่กับลักษณะและสภาพผิวของเด็ก หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัยและสภาพผิว และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก หากมีอาการผิดปกติหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์


Q : ผื่นร้อนหายเองได้ไหม ?

A : ผื่นร้อนที่ไม่รุนแรงอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อหลีกเลี่ยงความร้อน เหงื่อ และความอับชื้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์


Q : ผื่นร้อนกับผื่นแพ้ต่างกันอย่างไร ?

A : ผื่นร้อนสัมพันธ์กับความร้อน เหงื่อ และความอับชื้น ส่วนผื่นที่เกิดจากการแพ้หรือการระคายเคืองอาจมีปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกัน เนื่องจากผื่นหลายชนิดมีลักษณะคล้ายกัน หากไม่แน่ใจควรให้แพทย์ประเมิน


Q : เมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์ ?

A : ควรปรึกษาแพทย์หากผื่นมีอาการรุนแรงขึ้น ขยายเป็นบริเวณกว้าง มีไข้ มีอาการเจ็บ มีตุ่มหนองหรือแผล หรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น รวมถึงกรณีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจว่าผื่นเกิดจากสาเหตุใด



“เพราะเรื่องของลูก ไม่ใช่อะไรก็ได้” ปรึกษาปัญหาผิวลูก หรือ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ คลิก Inbox : http://m.me/regagarth

Line : @regagar ( https://lin.ee/LLGNbL8 )

ความคิดเห็น


bottom of page