top of page

ไขบนหัวทารก คืออะไร ? เกิดจากอะไร วิธีดูแล ข้อควรระวังที่พ่อแม่ควรรู้

  • รูปภาพนักเขียน: regagar
    regagar
  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีคราบสีเหลือง สีขาว หรือสะเก็ดติดอยู่บนหนังศีรษะ จนดูเหมือนรังแค หลายคนอาจกังวลว่าลูกแพ้แชมพู หนังศีรษะแห้ง หรือเป็นโรคผิวหนังบางชนิด


ความจริงแล้ว อาการที่มี " ไขบนหัวทารก "  นี้มักเรียกว่า “ ผื่นไขมัน ”  หรือ “ ต่อมไขมันอักเสบ ” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดและทารกช่วงอายุไม่กี่เดือน โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นอันตราย ไม่ทำให้ลูกเจ็บ และไม่ใช่โรคติดต่อ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง

ไขบนหัวทารก

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเผลอใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง เช่น แกะสะเก็ดออกแรง ๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงเกินไป ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะของลูกระคายเคืองหรือเกิดการติดเชื้อได้

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า ไขบนหัวทารกคืออะไร เกิดจากอะไร วิธีดูแลที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และเมื่อใดที่ควรพาลูกไปพบแพทย์


ไขบนหัวทารก คืออะไร ?

ไขบนหัวทารก คือ ภาวะที่มีสะเก็ดหรือคราบมันสีเหลือง สีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อน เกาะอยู่บนหนังศีรษะของทารก โดยในทางการแพทย์เรียกว่า Cradle Cap ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของภาวะผิวหนังอักเสบจากต่อมไขมัน (Infantile Seborrheic Dermatitis)

ไขบนหัวทารก

ลักษณะอาการของไขบนหัวทารก คือ

  • มีสะเก็ดแผ่นบางหรือหนา

  • สีเหลือง ขาว หรือเหลืองน้ำตาล

  • ดูมันกว่ารังแคทั่วไป

  • ติดแน่นกับหนังศีรษะ

  • พบมากบริเวณกลางศีรษะ กระหม่อม หรือด้านหน้า เช่น หน้าผาก คิ้ว หรือหลังหูก็สามารถพบได้บ่อยเช่นกัน

  • ส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกเจ็บหรือคัน


ภาวะนี้พบได้ในเด็กอายุประมาณ 2 สัปดาห์ - 3 เดือน และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในช่วงอายุ 6–12 เดือน แม้บางรายอาจเป็นนานกว่านั้นเล็กน้อย

สิ่งสำคัญคือ ไขบนหัวทารกไม่ได้เกิดจากการดูแลความสะอาดที่ไม่ดี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรรู้สึกกังวลหรือโทษตัวเองเมื่อพบว่าลูกน้อยมีอาการดังกล่าว

ไขบนหัวทารก เกิดจากอะไร

แม้ว่าจะพบได้บ่อย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดในทางการแพทย์ได้เลย อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดผื่นไขมัน

ไขบนหัวทารก

  1. ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ : หลังคลอด ฮอร์โมนจากคุณแม่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายของทารกช่วงแรก อาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เมื่อน้ำมันบนหนังศีรษะมีมาก เซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงจับตัวกับไขมันจนกลายเป็นคราบหรือสะเก็ดที่เห็นบนศีรษะ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สะเก็ดของไขบนหัวทารกมีลักษณะ " มัน " แตกต่างจากรังแคในผู้ใหญ่

  2. การผลัดเซลล์ผิวที่ยังไม่สมบูรณ์ : ผิวของทารกยังอยู่ในช่วงพัฒนา ระบบการผลัดเซลล์ผิวยังทำงานไม่เต็มที่ เมื่อเซลล์ผิวเก่าหลุดลอกช้ากว่าปกติ และรวมกับไขมันบนหนังศีรษะ จึงเกิดเป็นคราบหนาหรือสะเก็ดที่ติดแน่น

  3. ยีสต์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติบนผิวหนัง : บนผิวหนังของคนเรามีจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอาศัยอยู่ หนึ่งในนั้นคือยีสต์กลุ่ม Malassezia ในบางราย ยีสต์ชนิดนี้อาจเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีไขมันมาก ทำให้เกิดการอักเสบเล็กน้อยและส่งผลให้เกิดสะเก็ดบนหนังศีรษะ อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้ไม่ใช่การติดเชื้อ และไม่สามารถติดต่อจากเด็กคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้

  4. ความบอบบางของผิวทารก : ผิวของเด็กแรกเกิดมีความบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า และยังสร้างเกราะป้องกันผิวได้ไม่สมบูรณ์ เมื่อมีไขมันสะสม หรือมีการเสียดสีจากหมวก ผ้าห่ม หรือการเกาเบา ๆ ก็อาจทำให้สะเก็ดดูชัดเจนขึ้น


สะเก็ดไขมันบนหัวทารก อันตรายไหม

สะเก็ดไขมันบนหัวทารก ส่วนใหญ่ไม่ใช่ภาวะอันตราย ภาวะนี้มักไม่ส่งผลต่อพัฒนาการ สุขภาพสมอง หรือการเจริญเติบโตของลูก และไม่ได้ทำให้เด็กเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม แม้ไขบนหัวทารกจะไม่ใช่โรคร้าย แต่ก็ไม่ควรละเลย หากสะเก็ดมีจำนวนมากขึ้น หนามาก หรือเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ผิวแดงจัด มีน้ำเหลือง มีกลิ่น หรือมีหนอง ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติม เนื่องจากอาจมีภาวะผิวหนังอื่นร่วมด้วย


ไขบนหัวทารก รังแค และเชื้อราบนหนังศีรษะ ต่างกันอย่างไร

อาการที่เกิดบนหนังศีรษะของทารกอาจมีลักษณะคล้ายกันจนทำให้คุณพ่อคุณแม่แยกไม่ออก แต่แท้จริงแล้ว ไขบนหัวทารก , รังแค และ เชื้อราบนหนังศีรษะ มีสาเหตุและวิธีดูแลที่แตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้

ลักษณะ

 

ไขบนหัวทารก (Cradle Cap)

 

รังแค

เชื้อราบนหนังศีรษะ

สาเหตุ

ต่อมไขมันทำงานมาก ร่วมกับการผลัดเซลล์ผิว

หนังศีรษะเสียสมดุล

และเชื้อราทำให้หนังศีรษะอักเสบ

การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ

ช่วงอายุที่พบบ่อย

 

แรกเกิด – 12 เดือน

พบได้ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นและผู้ใหญ่

พบได้บ่อยในเด็กโตมากกว่าทารก

ลักษณะผื่น

สะเก็ดสีเหลืองหรือสีขาว มีลักษณะค่อนข้างมัน

สะเก็ดแห้งกว่า สีขาวเป็นหลัก หลุดง่าย

ผื่นเป็นวง ขอบชัด อาจมีสะเก็ดร่วม

อาการคัน

ส่วนใหญ่มักไม่คัน

มักมีอาการคันร่วมด้วย

คันได้ในหลายราย

ตำแหน่งที่พบ

หนังศีรษะ คิ้ว หลังใบหู

หนังศีรษะเป็นหลัก

หนังศีรษะเป็นหลัก

ผมร่วง

อาจมีผมติดออกมากับสะเก็ดเล็กน้อย แต่สามารถงอกใหม่ได้

โดยทั่วไปไม่ทำให้ผมร่วง

อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆ

การติดต่อ

ไม่ติดต่อ

ไม่ติดต่อ

สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสหรือการใช้ของร่วมกัน

การดูแลเบื้องต้น

สระผมด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และดูแลสะเก็ดไขมันได้

เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา

วิธีดูแลผื่นไขมันหรือ ไขบนหัวทารก

ไขบนหัวทารกส่วนใหญ่สามารถดูแลได้เอง โดยเน้นการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน และไม่จำเป็นต้องเร่งให้สะเก็ดหลุดภายในวันเดียว ซึ่งมีวิธีดูแลได้ง่ายๆ ดัหลายวิธีดังนี้


วิธีดูแลผื่นไขมัน

  1. ใช้น้ำมันมะกอก : สามารถทาบริเวณที่ลูกน้อยเป็นต่อมไขมันอักเสบทิ้งไว้ที่ 15-30 นาที หรือตลอดวันได้ จากนั้นให้คุณแม่สระผมล้างออกได้เลย

    ข้อเสีย  : มีความเหนอะหนะ อุดตันผิว จนอาจทำให้ลูกน้อยเป็นผดร้อนแทนได้

  2. ใช้ผลิตภัณฑ์อาบสระที่เป็นสูตรออยล์  : อย่างเช่น BABY WASH AND SHAMPOO OIL-MILK FORMULA ของเรกาก้าร์ สูตรนี้ขึ้นแท่นที่ 1 ในใจแม่ๆ ที่ลูกน้อยมีปัญหาไขที่หัว ซึ่งแนะนำว่าในระหว่างอาบน้ำสระผมลูกน้อยให้ใช้ออยล์นวดเบาๆ บริเวณที่ลูกน้อยเป็นไขบนหัวในขณะผิวแห้งหรือหมาด เพื่อให้ตัวออยล์นี้ซึมเข้าไปทำให้หนังศีรษะชุ่มชื้น และไขที่แข็งนิ่ม และจะค่อยๆ หลุดออกมาเอง ไม่ทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะของลูกน้อยอีกด้วย


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อลูกน้อยมีผื่นไขมันบนหัว

แม้คุณพ่อคุณแม่จะอยากให้สะเก็ดหายเร็วที่สุด แต่มีหลายวิธีที่ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ปัญหารุนแรงกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำก็คือ

ผื่นไขมันบนหัว
  • ไม่แกะหรือดึงสะเก็ดออก : สะเก็ดบางส่วนติดแน่นกับหนังศีรษะ หากแกะออกแรง ๆ อาจทำให้

    - ผิวถลอก

    - มีเลือดออก

    - หนังศีรษะอักเสบ

    - เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย

    ควรปล่อยให้สะเก็ดค่อย ๆ หลุดเองตามธรรมชาติ หลังจากดูแลอย่างถูกวิธีดีที่สุด

  • ไม่ใช้เล็บเกา  : หนังศีรษะของทารกบอบบางมาก แม้จะเกาเพียงเล็กน้อย ก็อาจเกิดแผลเล็ก ๆ ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังได้

  • ไม่ใช้แชมพูของผู้ใหญ่ : แชมพูสำหรับผู้ใหญ่มักออกแบบมาเพื่อขจัดความมันได้มากกว่า และอาจมีสารทำความสะอาด หรือสารแต่งกลิ่นที่เข้มข้นเกินไปสำหรับผิวของเด็ก การใช้เป็นประจำอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง ระคายเคือง หรือเสียสมดุลของเกราะป้องกันผิว


เมื่อไรที่ลูกน้อยมีผื่นไขมันแล้วควรพาไปพบแพทย์

แม้ว่าไขบนหัวทารก ส่วนใหญ่จะเป็นภาวะที่ไม่รุนแรงและสามารถดูแลได้เองที่บ้าน แต่คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะในบางกรณี อาการที่ดูคล้ายไขบนหัวอาจเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่น หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ควรพาลูกไปพบแพทย์ หากพบอาการต่อไปนี้

ผื่นไขมันที่ต้องพบแพทย์

  1. สะเก็ดลุกลามไปบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย : หากสะเก็ดไม่ได้เกิดเฉพาะบนหนังศีรษะ แต่ลุกลามไปทั่วใบหน้า ลำตัว หรือข้อพับ พร้อมมีผื่นแดงจำนวนมาก อาจต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าเป็นภาวะอื่นร่วมด้วย

  2. หนังศีรษะแดง บวม หรืออักเสบมาก : ไขบนหัวทารกทั่วไปอาจมีรอยแดงเล็กน้อย แต่หากผิวแดงจัด บวม หรือกดแล้วลูกมีอาการเจ็บ ควรรีบพบแพทย์

  3. มีน้ำเหลือง หนอง หรือกลิ่นผิดปกติ : อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

  4. ลูกมีอาการคันมากจนรบกวนการนอน : โดยปกติไขบนหัวทารกมักไม่ทำให้คัน หากลูกเกาศีรษะบ่อย ร้องกวน หรือดูไม่สบายตัว อาจเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่น เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

  5. ดูแลต่อเนื่อง แต่อาการไม่ดีขึ้น : หากดูแลอย่างถูกวิธีต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือกลับเป็นมากกว่าเดิม ควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม


สรุป : ไขบนหัวทารก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดและทารกช่วงไม่กี่เดือนแรกของชีวิต มีลักษณะเป็นสะเก็ดหรือคราบสีเหลือง สีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อนบนหนังศีรษะ ซึ่งมักเกิดจากการทำงานของต่อมไขมันร่วมกับการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ


ภาวะนี้โดยทั่วไป ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่อันตราย และมักดีขึ้นได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น การดูแลที่สำคัญคือการทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวบอบบางของทารก


หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีน้ำเหลือง หนอง หนังศีรษะแดงมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นแม้ดูแลอย่างเหมาะสม ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติม


การทำความเข้าใจเกี่ยวกับไขบนหัวทารกจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกได้อย่างมั่นใจ ลดความกังวล และเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย


FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขบนหัวทารก

Q : ไขบนหัวทารกคืออะไร ?

A : ไขบนหัวทารก คือ ภาวะที่มีสะเก็ดหรือคราบสีเหลือง สีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อนบนหนังศีรษะ เกิดจากการทำงานของต่อมไขมันและการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด


Q : ไขบนหัวทารกอันตรายไหม ?

A : โดยทั่วไปไม่อันตราย ไม่ใช่โรคร้าย และไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก หากไม่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อร่วม


Q : ควรแกะสะเก็ดออกหรือไม่ ?

A : ไม่ควรแกะ เพราะอาจทำให้เกิดแผล เลือดออก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ


Q : ไขบนหัวทารกติดต่อหรือไม่ ?

A : ไม่ติดต่อ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัวได้ตามปกติ

Q : ไขบนหัวทารกจะหายเองหรือไม่ ?

A : เด็กส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในช่วงอายุประมาณ 6–12 เดือน แม้อาจใช้เวลานานแตกต่างกันในแต่ละคน


Q : สามารถใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวทาได้หรือไม่ ?

A : แม้จะมีผู้แนะนำวิธีนี้กันอยู่บ้าง แต่หลักฐานทางการแพทย์ยังมีจำกัด และน้ำมันบางชนิดอาจทำให้หนังศีรษะอับหรือระคายเคืองได้ จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับทารก และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากไม่แน่ใจ



“เพราะเรื่องของลูก ไม่ใช่อะไรก็ได้”

ปรึกษาปัญหาผิวลูก หรือ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์

คลิก Inbox : http://m.me/regagarth

Line : @regagar ( https://lin.ee/LLGNbL8  )

ความคิดเห็น


bottom of page