top of page

มือเท้าปาก เกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร ? วิธีดูแลและป้องกันที่ควรรู้

13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

มือเท้าปาก โรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กชนิดหนึ่ง เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยิน หรือรู้จักกันมาบ้างแล้ว ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าโรคนี้มักแพร่ระบาดกันในหน้าฝน และเป็นโรคที่แพร่เชื้อและติดต่อกันได้ง่ายมาก ๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษ


มือเท้าปาก

และในบทความนี้เราจะมาพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักโรคมือ เท้า ปาก กันให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่รู้ถึงต้นตอ ที่มาที่ทำให้เกิดโรคนี้ และอาการที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงวิธีการดูแลและป้องกันโรคมือ เท้า ปากนี้ เพื่อให้ลูกน้อยไม่เสี่ยงเป็นโรคมือเท้าปากนี้อีกด้วย


มือเท้าปาก คืออะไร

โรคมือ เท้า ปาก หรือ Hand, Foot and Mouth Disease (HFMD) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ในเด็กโต หรือผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยเชื้อที่พบได้ เช่น

  • Coxsackievirus A16 (คอกซากีไวรัส เอ16) เป็นเชื้อที่พบได้บ่อยและมักทำให้เกิดอาการไม่รุนแรง

  • Enterovirus 71 หรือ EV71 (เอนเทอโรไวรัส 71) เป็นเชื้อชนิดรุนแรง ต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท และอาจจะเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

  • Coxsackievirus A6 (คอกซากีไวรัส เอ6) มักมีอาการไม่รุนแรง อาจทำให้เกิดผื่น หรือตุ่มที่มีลักษณะแตกต่างจากรูปแบบทั่วไปเท่านั้น

มือ เท้า ปาก

ซึ่งการแพร่กระจายเชื้อนั้น สามารถติดต่อกันได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัสน้ำลาย สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือของเหลวจากตุ่มพองของเด็กที่ติดเชื้อ , การสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ของเล่น ลูกบิดประตู และอุปกรณ์ที่เด็กใช้ร่วมกัน หรือแม้กระทั่งการสัมผัสละอองจากการไอหรือจาม โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับเด็กที่ติดเชื้อ ก็สามารถติดต่อโรคนี้ได้เช่นกัน


อาการของโรคมือเท้าปาก คือ

อาการของโรคมือเท้าปาก อาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน โดยหลังได้รับเชื้อประมาณ 3–5 วัน โดยมักจะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้

อาการมือ เท้า ปาก

  • มีไข้ : อาจเป็นไข้ต่ำหรือไข้สูง

  • อ่อนเพลีย : ไม่สดใส หงุดหงิดง่าย งอแงมากกว่าปกติ

  • เจ็บคอ เจ็บปาก : เริ่มมีแผลในปาก คล้ายกับอาการร้อนใน เป็นมากทั้งที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และ เพดานปาก ทำให้เด็กๆ เจ็บเวลากลืน และมีน้ำลายไหลมากกว่าปกติ

  • เบื่ออาหาร : กินนมได้น้อยลง สืบเนื่องมาจากอาการเจ็บในปากและคอนั่นเอง

  • มีผื่นแดง เป็นตุ่มน้ำใส : มักขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ง่ามนิ้ว หรืออาจพบที่ก้นได้ในบางราย


ภาวะแทรกซ้อนโรคมือเท้าปาก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

โดยทั่วไปโรคมือเท้าปากมักมีอาการไม่รุนแรง และหายได้เองภายใน 7–10 วัน แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอาการรุนแรง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่

ภาวะแทรกซ้อนมือเท้าปาก

  • ภาวะขาดน้ำ : เกิดจากแผลในปาก ทำให้เด็กเล็กเจ็บจนไม่อยากดื่มน้ำหรือกินนม รวมถึงทาอาหารได้น้อยลงด้วย

  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ : เป็นอาการที่พบได้น้อย มักเกิดจากเชื้อแพร่กระจายไปที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้อาจมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท

  • สมองอักเสบ : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในกรณีที่ติดเชื้อ EV71 ซึ่งค่อนข้างรุนแรง มักมีอาการชักเกร็ง ซึม หมดสติ และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว

  • ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจหรือระบบหายใจ : พบได้น้อยมาก แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เพราะภาวะนี้มักทำให้มีอาการไข้สูง ใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย หรืออาจมีภาวะน้ำท่วมปอดได้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างอันตรายมาก


ดังนั้นหากเด็กมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้าน ควรพาพบแพทย์ทันที

  • ซึมลงผิดปกติ ไม่เล่น อ่อนเพลียมากผิดปกติ นอนสะดุ้งบ่อยๆ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ

  • ดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลงอย่างชัดเจน

  • ไข้สูงอย่างต่อเนื่อง หรือมีไข้นานเกิน 3 วัน

  • อาเจียนบ่อย

  • หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจเร็วผิดปกติ

  • มีอาการชัก กระตุก เดินเซ หรือแขนขาอ่อนแรงผิดปกติ

หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรรอให้หายเอง หรือรักษาอยู่ที่บ้าน แต่ควรพบแพทย์ เพื่อรักษาได้ทันท่วงที

วิธีดูแลเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคนี้โดยเฉพาะ การดูแลส่วนใหญ่จึงรักษาตามอาการ ช่วยให้เด็กได้รับน้ำเพียงพอ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ซึ่งวิธีดูแลลูกน้อยที่มีอาการมือ เท้า ปาก มีดังต่อไปนี้

วิธีดูแลโรคมือเท้าปาก

  • ทายาลดไข้ :  เมื่อลูกน้อยมีไข้ ให้ทานยาลดไข้ พาราเซตามอล หรือยาลดไข้เด็กอื่นๆ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ :  แผลในปากอาจทำให้เด็กเจ็บเวลากลืนจนปฏิเสธอาหารและน้ำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้เด็กจิบน้ำบ่อย ๆ หากยังดื่มนมอยู่ก็สามารถให้ต่อได้เลย

  • เลือกอาหารที่นุ่มและกลืนง่าย  : ควรให้ลูกน้อยทานอาหารอ่อน ๆ ที่ไม่ร้อนจัด อาจช่วยให้กินได้สะดวกขึ้น เช่น โจ๊กที่ไม่ร้อน ซุปอุ่นๆ กล้วย โยเกิร์ต เป็นต้น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ :  ให้ลูกน้อยพักผ่อนให้เพียงพอ และคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตไข้ ปริมาณน้ำที่ดื่ม การปัสสาวะ และระดับความรู้สึกตัวอย่างสม่ำเสมอ หากอาการแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 10 วัน ควรพาลูกน้อยพบแพทย์ในทันที


วิธีป้องกันโรคมือเท้าปากที่พ่อแม่ควรรู้

เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ น้ำจากตุ่มพอง และสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อได้ การป้องกันจึงต้องเน้นสุขอนามัยและลดการสัมผัสเชื้อ โดยป้องกันได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

วิธีป้องกันมือ เท้า ปาก

  • แยกผู้ป่วยออกจากเด็กคนอื่น  :  ทางคุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงคุณครูที่โรงเรียน หากสังเกตอาการแล้วว่าเด็กมีอาการเป็นโรคมือเท้าปาก ควรให้หยุดเรียน พักผ่อน รักษาตัวเองที่บ้าน เพื่อลดการแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่นๆ

  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด :  ล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

  •  หมั่นทำความสะอาดของเล่น ของใช้เป็นประจำ :  เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรคต่างๆ

  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน : คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกน้อยรู้ว่า ไม่ควรใช้แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดตัว หรือของใช้ที่สัมผัสน้ำลายร่วมกัน เพื่อลดการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้

  •  ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส Enterovirus71 : ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย โดยจะต้องฉีดครบ 2 เข็ม จะสามารถป้องกันโรคมือเท้าปากจากไวรัสสายพันธุ์ EV71 นี้ได้ แต่ยังไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์อื่นได้


FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก

Q : โรคมือเท้าปากติดต่อในผู้ใหญ่ได้ไหม?

A : ได้ ผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน แม้โรคนี้จะพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการชัดเจน


Q : โรคมือเท้าปากจำเป็นต้องมีตุ่มที่มือและเท้าทุกคนหรือไม่?

A : ไม่จำเป็น บางรายอาจมีแผลในปากหรือผื่นในตำแหน่งอื่นเป็นหลัก ลักษณะอาการจึงอาจแตกต่างกันไป


Q : โรคมือเท้าปากรักษาด้วยยาปฏิชีวนะได้หรือไม่?

A : ไม่มียาที่สามารถรักษาได้โดยตรง เพราะโรคนี้เกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ไม่ได้ใช้กำจัดไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปากได้


Q : เป็นโรคมือเท้าปากแล้วจะเป็นซ้ำได้ไหม?

A : ได้ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากไวรัสหลายสายพันธุ์ การติดเชื้อครั้งหนึ่งไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อทุกสายพันธุ์


Q : โรคมือเท้าปากมีวัคซีนป้องกันหรือไม่?

A : ในประเทศไทยตอนนี้มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสในกลุ่มกลุ่มเอนเทอโร สายพันธุ์ EV71 เท่านั้น ยังไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นๆ ได้


ความคิดเห็น


bottom of page