ครีมกันแดดเด็ก เลือกแบบไหนให้ปลอดภัย ? SPF เท่าไรถึงพอสำหรับแดดเมืองไทย
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ย.
แดดประเทศไทยไม่ได้แรงแค่ “รู้สึกได้” แต่แรงถึงระดับที่สามารถทำร้ายผิวลูกน้อยได้ในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะผิวเด็กที่ยังบอบบางและไวต่อรังสี UV มากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า พ่อแม่หลายคนอาจยังสงสัยว่า “ครีมกันแดดเด็ก” จำเป็นแค่ไหน และควรเลือกแบบไหนถึงจะปลอดภัยกับลูกจริง ๆ

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจแบบครบทุกมุม ตั้งแต่การเลือกครีมกันแดดเด็ก SPF เท่าไรถึงพอ ควรเลือกแบบไหนให้ปลอดภัย ไปจนถึงข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าผิวของลูกจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดในทุกวัน
ครีมกันแดดเด็ก สำคัญแค่ไหน ทำไมพ่อแม่ต้องใส่ใจ
ผิวของเด็ก โดยเฉพาะทารกและเด็กเล็ก มีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่มาก โครงสร้างผิวยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ไวต่อแสงแดดและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย และยิ่งในประเทศไทยที่มีแสงแดดแรงตลอดทั้งปี การปกป้องผิวลูกจากรังสี UV จึงไม่ใช่ “ตัวเลือก” แต่กลับกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” ซึ่งรังสี UV แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
UVA: ทำร้ายผิวลึก ทำให้ผิวคล้ำและเกิดริ้วรอย
UVB: ทำให้ผิวไหม้ แดง และแสบ
หากผิวลูกน้อยไม่ได้รับการป้องกัน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้ เช่น ผิวไหม้แดด ผื่นแพ้แดด ผิวแห้งเสียสะสม เมื่อเกิดปัญหาผิวจากแดดบ่อยๆ ก็เพิ่มความเสี่ยงให้ลูกน้อยมีปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาในระยะยาวได้ ดังนั้นการเลือกครีมกันแดดเด็กที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
ครีมกันแดดเด็ก ควรเลือกแบบไหน
การเลือกกันแดดสำหรับเด็ก ไม่ใช่แค่หยิบสูตรที่มีค่า SPF สูงที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงความอ่อนโยน ส่วนผสม และความเหมาะสมกับผิวของลูกเป็นหลัก เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแพ้ได้ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งแนะนำวิธีการเลือกดังนี้
เลือก SPF ให้เหมาะกับแดดประเทศไทย
แดดเมืองไทยถือว่ารุนแรง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ค่า UV Index ความเข้มของ UV ในแสงแดด มีค่าเท่ากับ 11 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกเลย ดังนั้นการเลือกกันแดดให้ลูกน้อยต้องมีความสามารถในการป้องกันที่มากเพียงพอ ซึ่งแนะนำให้เลือกใช้กันแดดที่มีค่า SPF 50 และมี PA++++ ขึ้นไป เพื่อให้ปกป้องผิวลูกน้อยได้ทั้งจาก UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน
เลือกแบบ Physical (Mineral Sunscreen) ปลอดภัยกว่า
คุณแม่ต้องรู้ก่อนว่าสารกันแดดที่ใช้ในครีมกันแดดนั้นมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภทหลัก คือ
1. Chemical Sunscreen (กันแดดเคมีคอล): ครีมกันแดดที่ดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อปล่อยออกจากผิว เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว แต่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในผิวเด็กได้
2. Physical Sunscreen: ใช้ Zinc Oxide Titanium Dioxide คล้ายกับเกราะป้องกันผิว ทำหน้าที่สะท้อนรังสี UV ออกจากผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ซึมเข้าสู่ผิว
ซึ่งกันแดดสำหรับลูกน้อยที่แนะนำเลยก็คือกันแดดแบบ Physical เพราะสะท้อน UV ออกไปอย่างอ่อนโยน เหมือนเสริมเกราะให้ผิวลูกน้อยอีกชั้น และที่สำคัญ คือไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอีกด้วย

ต้องไม่มีสารระคายเคือง
ผิวเด็กแพ้ง่ายมาก จึงควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สีสังเคราะห์ เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวลูกน้อยได้ แนะนำให้มองหาคำว่า Hypoallergenic / Dermatologically Tested / Fragrance-Free เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าครีมกันแดดนี้ผ่านการทดสอบของสถาบันแพทย์ผิวหนังชั้นนำ ผ่านการทดสอบการระคายเคือง และไม่มีน้ำหอม ที่อาจทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคืองด้วย
เนื้อสัมผัสต้องเหมาะกับเด็ก
เด็กมักไม่ชอบความเหนียว หรือหนักผิว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีเนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบขาว
กันน้ำ (Water Resistant) สำคัญมาก
เนื่องจากเด็กๆ มักจะมีเหงื่อออกง่าย และมีกิจกรรมให้ทำอยู่ตลอดเวลา แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกเป็นสูตรกันน้ำ ที่สามารถกันได้ถึง 40-80 นาที เพื่อลดการอับชื้นเหงื่อบนผิวลูก และทำให้เกิดผดผื่นตามมาอีกได้
เด็กอายุเท่าไรถึงเริ่มใช้ครีมกันแดดได้
0–6 เดือน: ช่วงอายุนี้ยังไม่ควรใช้ครีมกันแดด แนะนำเลือกใช้วิธีการหลีกเลี่ยงแสงแดดแทนจะดีกว่า เช่น อยู่ในที่ร่ม สวมใส่เสื้อผ้าป้องกันแดด ใส่หมวก เป็นต้น
6 เดือนขึ้นไป: ช่วงอายุนี้สามารถเริ่มใช้ครีมกันแดดเด็กได้ แนะนำให้เลือกสูตรอ่อนโยน และดูตามที่กล่าวมาข้างต้น

วิธีทาครีมกันแดดเด็กให้ได้ผลจริง
การเลือกดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วย ซึ่งวิธีทาครีมกันแดดให้ลูกน้อยที่ถูกต้องมีวิธีดังต่อไปนี้
ทาก่อนออกแดด 15–20 นาที
ทาให้ทั่ว (หน้า / คอ / แขน / ขา / หลังหู)
ใช้ปริมาณเพียงพอ
ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
หากเล่นน้ำ ให้ทาซ้ำทันที

ทำไม “ไม่ควรใช้กันแดดผู้ใหญ่” กับผิวของเด็ก
หลายคนคิดว่าใช้ของผู้ใหญ่แทนได้ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่แนะนำอย่างยิ่ง นั่นเป็นเพราะ
สูตรครีมกันแดดของผู้ใหญ่มีสารเคมีที่ปกป้องผิวแรงกว่าสูตรของเด็กมาก หากนำมาใช้กับเด็กก็อาจจะทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคือง ไหม้ แดง เป็นผื่นคัน ผื่นแพ้ได้นั่นเอง
สูตรครีมกันแดดของผู้ใหญ่มักมีน้ำหอม และ/หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวลูกน้อยแพ้คันได้
ดังนั้นเพื่อปกป้องผิวลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะดีที่สุด
FAQ : คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยเกี่ยวกับครีมกันแดดเด็ก
Q: ครีมกันแดดเด็ก SPF เท่าไรถึงพอ?
A: แนะนำ SPF 50 PA++++ สำหรับประเทศไทย เพราะแดดแรงและมี UV สูง
Q: เด็กใช้กันแดดผู้ใหญ่ได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ เพราะอาจมีสารที่ระคายเคืองผิวเด็ก
Q: เด็กกี่เดือนใช้กันแดดได้?
A: ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนหน้านั้นควรหลีกเลี่ยงแดดแทน
Q: ต้องทาซ้ำบ่อยแค่ไหน?
A: ทุก 2 ชั่วโมง หรือทันทีหลังเล่นน้ำ
Q: Physical กับ Chemical แบบไหนดีกว่า?
A: สำหรับเด็กควรเลือก Physical Sunscreen ปลอดภัยกว่า
Q: จำเป็นต้องใช้ทุกวันไหม?
A: จำเป็น หากมีการออกแดด แม้แดดอ่อนก็มี UV
Q: ใช้กันแดดแล้ว ยังต้องใส่หมวกไหม?
A: ต้องใส่ เพราะกันแดดไม่สามารถป้องกันได้ 100%
Q: กันแดดเด็กทำให้ผิวขาวไหม?
A: ไม่ทำให้ขาว แต่ช่วยป้องกันผิวคล้ำเสียจากแดด
Q: ผิวแพ้ง่ายมาก ใช้ได้ไหม?
A: ใช้ได้ แต่ต้องเลือกสูตร Hypoallergenic และทดสอบก่อนใช้
Q: กันแดดเด็กจำเป็นแค่ไหน?
A: จำเป็นมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่แดดแรงตลอดปี
“เพราะเรื่องของลูก ไม่ใช่อะไรก็ได้”
ปรึกษาปัญหาผิวลูก หรือ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์
คลิก Inbox : http://m.me/regagarth
Line : @regagar ( https://lin.ee/LLGNbL8 )




ความคิดเห็น