ผดร้อน คืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง และควรดูแลอย่างไร
- regagar

- 2 days ago
- 1 min read
เมื่ออากาศเริ่มร้อนขึ้นแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง และมักจะพบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผิวลูกน้อยเลยก็คือ “ ผดร้อน ” ซึ่งเป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้นง่ายมากๆ ในกลุ่มของเด็กทารก เด็กเล็กวัยซนต่างๆ ยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ต้องระวังมากขึ้น

หลายครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเห็นว่า ลูกน้อยมีตุ่มเล็ก ๆ สีแดง หรือตุ่มน้ำสีใส ขึ้นตามคอ หลัง หน้าอก ไหล่ หรือข้อพับ ทำให้ลูกน้อยมีอาการงอแง คัน หรือไม่สบายตัว นั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาผิวอย่าง ผดร้อน นั่นเอง
ผดร้อน คืออะไร
ก่อนจะไปดูอาการ วิธีสังเกต วิธีการดูแลรักษา เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผดร้อนคืออะไร ซึ่งผดร้อน หรือ Heat Rash หรือ Miliaria คือ ผื่นผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกจากผิวหนังได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือผื่นแดงบนผิวหนัง โดยเฉพาะในเด็กทารกและเด็กเล็ก มีสาเหตุหลักที่เด็กเกิดผดร้อนได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ มีหลายปัจจัย ได้แก่

ต่อมเหงื่อของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ : ในเด็กทารก ต่อมเหงื่อยังทำงานไม่เต็มที่ ทำให้เหงื่อระบายออกจากผิวหนังได้ไม่ดี เมื่อเหงื่อสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง จึงทำให้เกิดการอุดตันและกลายเป็นผดร้อนได้นั่นเอง
อากาศร้อนและความชื้นสูง : อย่างที่ทราบกันดี ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปีโดยเฉพาะช่วงมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม นับว่าเป็นช่วงที่เด็กมักเป็นผดร้อนมากที่สุด
การใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป : เด็กหลายคนถูกสวมเสื้อผ้าหลายชั้นเกินไป ทำให้อับชื้น ระบายอากาศไม่ดี เหงื่อออกมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผดร้อนได้ง่าย
การอยู่ในที่อากาศร้อนเป็นเวลานาน : เช่น อยู่กลางแจ้ง ห้องไม่มีพัดลมหรือแอร์ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เป็นต้น ทำให้ร่างกายทารก หรือลูกน้อยขับเหงื่อมาก และเกิดผดร้อนได้ง่าย
ผิวทารกยังบอบบางระคายเคืองง่าย : ผิวของเด็กทารกบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า จึงไวต่อความร้อนและความชื้น ทำให้เกิดผดร้อนได้ง่าย
ลักษณะอาการของผดร้อนในเด็ก
โดยทั่วไปผดร้อนจะมีลักษณะดังนี้
ตุ่มเล็ก ๆ สีแดง
ตุ่มใสคล้ายเม็ดเหงื่อ
ผื่นเล็ก ๆ กระจายเป็นกลุ่ม
ในเด็กบางคนอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น คัน แสบผิว งอแง เกา หากเกามากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ แนะนำให้พบคุณหมอเด็กด้านผิวหนัง

บริเวณในร่างกายที่พบผดร้อนได้บ่อย
ผดร้อนมักขึ้นในบริเวณที่ เหงื่อออกมาก อับชื้น มีการเสียดสี ซึ่งตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่
คอ
หลัง
หน้าอก
ข้อพับแขน ขา
รักแร้
ใต้ผ้าอ้อม
โดยเฉพาะ คอและหลัง เป็นตำแหน่งที่พบผดร้อนบ่อยมากที่สุดในเด็กทารก
ผดร้อน เป็นอันตรายหรือไม่
โดยทั่วไป ผดร้อนไม่ใช่โรคร้ายแรง และสามารถหายได้เอง หากดูแลผิวลูกน้อยอย่างเหมาะสม ผื่นมักจะดีขึ้นภายใน 2–3 วัน หรือประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดอาการดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์

ผื่นลุกลาม
มีหนอง
บวมแดง
มีไข้
คัน เกามากผิดปกติ
อาการทั้งหมดนี้อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน จึงควรพาลูกน้อยพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยโรคดีที่สุด
วิธีการดูแลและป้องกันผดร้อนในเด็ก
การป้องกันผดร้อนทำได้ง่ายกว่าการรักษา โดยคุณแม่สามารถทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด เลี่ยงการอยู่กลางแดด
เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม เสื้อผ้าที่ดีสำหรับเด็กคือ ผ้าฝ้าย ระบายอากาศดี ไม่รัดแน่น
อาบน้ำหลังเหงื่อออก หากลูกเล่น เหงื่อออกมาก ควรอาบน้ำหรือเช็ดตัวด้วยน้ำสะอาด เพื่อลดการอับชื้นเหงื่อบนผิว ลดการสะสมแบคทีเรียบนผิว ที่อาจส่งผลให้เกิดผดร้อน หรือผื่นคันอื่นๆ ได้
ทาโลชั่นบำรุงผิวลูกน้อยทุกครั้งหลังอาบน้ำ เพื่อเสริมปราการชั้นผิวลูกน้อยให้แข็งแรงมากขึ้น ลดโอกาสเกิดผดผื่นใหม่ในอนาคตได้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสเตียรอยด์ เพื่อปกป้องผิวเด็กจากการระคายเคือง
FAQ เกี่ยวกับผดร้อน
Q : ผดร้อนคืออะไร
A : ผดร้อน คือ ผื่นผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกจากผิวหนังได้ตามปกติ จึงเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดงหรือใส เรียกว่า “ผดร้อน”
Q : ผดร้อนในเด็กเกิดจากอะไร
A : ผดร้อนในเด็กมักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อากาศร้อน เหงื่อออกมาก การใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไป หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ซึ่งทำให้ต่อมเหงื่ออุดตันและเกิดผื่นผดร้อนขึ้น
Q : ผดร้อนขึ้นบริเวณไหนได้บ้าง
A : ผดร้อนสามารถเกิดขึ้นได้หลายบริเวณของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่เหงื่อออกมาก เช่น คอ หน้าอก หลัง รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา และบริเวณใต้ผ้าอ้อมในเด็ก
Q : ผดร้อนอันตรายหรือไม่
A : โดยทั่วไปผดร้อนไม่ใช่โรคร้ายแรง และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากดูแลผิวให้ถูกต้อง แต่หากผื่นมีอาการแดงมาก บวม มีหนอง หรือไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ ควรพาเด็กไปพบแพทย์
Q : วิธีรักษาผดร้อนในเด็กทำอย่างไร
A : การดูแลผดร้อนในเด็กควรทำให้ผิวเย็นและแห้ง เช่น อาบน้ำให้ลูกวันละ 2–3 ครั้ง ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงความร้อน และใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนเพื่อลดการระคายเคือง
“เพราะเรื่องของลูก ไม่ใช่อะไรก็ได้” ปรึกษาปัญหาผิวลูก หรือ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ คลิก Inbox : http://m.me/regagarth Line : @regagar ( https://lin.ee/LLGNbL8 )



Comments