top of page

ตั้งครรภ์ 1 เดือน มีอาการอะไรบ้าง แม่ท้องต้องเตรียมตัวอย่างไร

ช่วง  “  ตั้งครรภ์ 1 เดือน  ”  ถือเป็นช่วงเริ่มต้นที่สำคัญมาก แม้ว่าหน้าท้องยังไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่ภายในร่างกายคุณแม่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์


ตั้งครรภ์ 1 เดือน

คุณแม่หลายคนในช่วงนี้อาจยังสับสน “ นี่เราท้องจริงไหม? ” “ อาการแบบนี้ปกติหรือเปล่า? ” “ ต้องเริ่มดูแลตัวยังไงดี? ” ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ วันนี้เราจะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจทุกเรื่องสำคัญของการตั้งครรภ์ 1 เดือนแรก ตั้งแต่อาการที่พบบ่อย การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย วิธีดูแลตัวเอง อาหารที่ควรกินและควรเลี่ยง ไปจนถึงคำถามที่คุณแม่มือใหม่สงสัยกันมากที่สุด


ตั้งครรภ์ 1 เดือน คือช่วงไหนของการตั้งครรภ์

ทางการแพทย์นับอายุครรภ์ตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้าย ไม่ใช่นับจากวันที่ปฏิสนธิจริง ดังนั้นเมื่อบอกว่า “ ตั้งครรภ์ 1 เดือน ” มักหมายถึง ช่วงอายุครรภ์ประมาณสัปดาห์ที่ 1–4 ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ตัวอ่อนเพิ่งเริ่มฝังตัวที่ผนังมดลูก เป็นช่วงที่เสี่ยงมากที่สุด เพราะระบบสำคัญๆ เช่น สมอง ไขสันหลัง และหัวใจ เริ่มก่อนตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแพทย์ถึงเน้นย้ำเสมอว่า “ การดูแลตัวเองตั้งแต่ตั้งครรภ์ 1 เดือน คือรากฐานของสุขภาพลูกน้อยไปตลอดชีวิต ”


อาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ 1 เดือน ที่พบบ่อย

อาการของคุณแม่แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนรู้สึกชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์แรก บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลยก็มี ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องปกติทั้งหมด


อาการตั้งครรภ์ 1 เดือน

  1. ประจำเดือนขาด :  สัญญาณแรกที่หลายคนสังเกตได้ หากคุณแม่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ การที่ประจำเดือนขาดถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สุดว่าร่างกายอาจกำลังตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามบางคนอาจมีเลือดออกเล็กน้อยช่วงตัวอ่อนฝังตัว ทำให้สับสนคิดว่าเป็นประจำเดือนได้

  2. คลื่นไส้ อาเจียน หรือเหม็นกลิ่นง่าย : อาการแพ้ท้องสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ ตั้งครรภ์ 1 เดือน โดยลักษณะที่พบบ่อยก็คือ

    1. คลื่นไส้ตอนเช้า

    2. เหม็นกลิ่นอาหาร

    3. เบื่ออาหาร

    4. บางคนอาเจียน บางคนแค่รู้สึกพะอืดพะอม

  3. คัดตึง เจ็บเต้านม : เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เต้านมขยายใหญ่ขึ้น คัดตึง ไวต่อการสัมผัส หัวนมมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย

  4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงทั้งวัน : คุณแม่หลายคนแปลกใจว่า ทำไมยังไม่ได้ทำอะไรหนัก แต่กลับเหนื่อยง่ายกว่าปกติ สาเหตุคือร่างกายกำลังใช้พลังงานจำนวนมากในการสร้างรกและพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์นั่นเอง

  5. ปัสสาวะบ่อย : แม้ท้องยังไม่โต แต่มดลูกเริ่มขยายเล็กน้อย ประกอบกับฮอร์โมนที่ทำให้ไตทำงานมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยๆ ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 1 เดือน

  6. อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้ง่าย : บางวันอาจรู้สึกดีใจมาก บางวันเศร้าโดยไม่มีเหตุผล นี่คือผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของคุณแม่ที่กำลังเริ่มตั้งครรภ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่คุณพ่อสามารถดูแลจิตใจคุณแม่ได้ด้วยกันเข้าใจ และปลอบใจคุณแม่ท้อง

  7. มีตกขาวมากขึ้น : ตกขาวสีขาวใส ไม่มีกลิ่น ไม่คัน นั่นเป็นกลไกของร่างกาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด แต่หากตกขาวมีกลิ่น สีเหลืองเขียว หรือคัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยดีที่สุด



เมื่อตั้งครรภ์ 1 เดือน คุณแม่จะตรวจการตั้งครรภ์เจอไหม

แม้ว่าจะเพิ่งตั้งครรภ์ได้เพียง 1 เดือนก็สามารถตรวจการตั้งครรภ์เจอได้แล้ว โดยสามารถตรวจจากปัสสาวะได้เลย เมื่อตรวจแล้วผลขึ้นเป็นบวก หรือ 2 ขีด คุณแม่สามารถไปพบแพทย์ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจยืนยันได้เลยทันที โดยแพทย์อาจนัดอัลตราซาวด์ในช่วง 6–8 สัปดาห์ เพื่อดูถุงการตั้งครรภ์และฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์อีกครั้ง


ทารกในครรภ์ช่วงตั้งครรภ์ 1 เดือน จะมีพัฒนาการเป็นอย่างไร

แม้ช่วง 1 เดือน ทารกในครรภ์จะยังเล็กมาก แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงสำคัญที่สุดของการพัฒนา


พัฒนาการทารกในครรภ์ 1 เดือน

  • ขนาดประมาณเมล็ดข้าวสาร

  • เริ่มสร้างสมองและไขสันหลัง

  • หัวใจเริ่มก่อตัว

  • ระบบประสาทเริ่มพัฒนา


ช่วง 1 เดือนนี้เรียกว่า ระยะสร้างอวัยวะ (Organogenesis)  จะค่อนข้างเสี่ยงและไวต่อสารเคมี ยา หากได้รับสารอันตราย อาจส่งผลต่อโครงสร้างร่างกายของทารกได้ จึงเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องระวังมากเป็นพิเศษ


คุณแม่ท้อง 1 เดือน ต้องเตรียมตัวอย่างไร

คุณแม่ตั้งครรภ์ 1 เดือน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  1. ฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด : เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรเริ่มฝากครรภ์ทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจสุขภาพแม่ พร้อมประเมินความเสี่ยง แนะนำวิตามิน และการดูแลคุณแม่ท้องที่เหมาะสม

  2. ทานโฟลิกอย่างสม่ำเสมอ : โฟลิกมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงตั้งครรภ์ 1 เดือน เพราะจะช่วยในการป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด ความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง ซึ่งปริมาณแนะนำคือ 400–800 ไมโครกรัม/วัน

  3. ปรับพฤติกรรมการกิน : ช่วงนี้คุณแม่ต้องบำรุงและเลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะสารอาหารที่คุณแม่ทานไปนั้น จะส่งต่อไปทารกในครรภ์ด้วยนั่นเอง

    1. อาหารที่คุณแม่ท้องควรทาน : ผักใบเขียว / ผลไม้สด / ไข่ / เนื้อสัตว์สุก / นมพาสเจอไรซ์ / ธัญพืชไม่ขัดสี

    2. อาหารที่คุณแม่ท้องควรเลี่ยง : ของดิบ เช่น ซูชิ ลาบดิบ / อาหารหมักดอง / แอลกอฮอล์ / คาเฟอีนมากเกินไป / อาหารรสจัด หวานจัด เค็มจัด

  4. พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมง หากง่วงระหว่างวัน สามารถงีบสั้น ๆ ได้

  5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง : งดบุหรี่ / งดแอลกอฮอล์ / หลีกเลี่ยงสารเคมี / ไม่ซื้อยาทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

  6. ออกกำลังกายเบา ๆ  : เช่น เดิน โยคะคนท้อง ยืดเหยียดเบา ๆ เป็นต้น ซึ่งการออกกำลังเบาๆ นั้น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการเครียด และเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์ระยะยาว

  7. ดูแลสุขภาพจิตใจ : ความเครียดของแม่จะส่งผลต่อฮอร์โมนโดยตรง ดังนั้นควรพักผ่อนให้พอ ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย พูดคุยกับคนใกล้ชิด แชร์ความรู้สึกกับคุณพ่อ  (สามี/คู่ครอง)


สิ่งที่คุณแม่มักเป็นกังวลช่วงตั้งครรภ์ 1 เดือน

  • กลัวแท้งง่าย

  • กลัวทำอะไรผิดพลาด

  • กลัวลูกไม่แข็งแรง

  • กังวลเรื่องอาหาร

  • กังวลเรื่องยา

ความรู้ คือเกราะป้องกันความกลัว ยิ่งเข้าใจร่างกายตัวเองมากเท่าไร ยิ่งดูแลลูกได้ดีมากขึ้นเท่านั้น


FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ 1 เดือน

Q1 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน ยังไม่แพ้ท้อง ผิดปกติไหม? A : ไม่ผิดปกติค่ะ อาการแพ้ท้องแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนแพ้มาก บางคนไม่แพ้เลยก็มี Q2 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน มีเลือดออกกะปริดกะปรอย อันตรายไหม? A : อาจเป็นเลือดล้างหน้าเด็กได้ แต่ถ้าเลือดออกมาก ปวดท้อง หรือมีลิ่มเลือด ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที Q3 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน ยังออกกำลังกายได้ไหม? A : ได้ค่ะ แต่ควรเป็นกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ หลีกเลี่ยงการกระโดดหรือยกของหนัก


Q4 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน ต้องหยุดทำงานไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องหยุด หากงานไม่หนักและไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ควรหลีกเลี่ยงงานที่เสี่ยงต่อการกระแทกหรือสัมผัสสารเคมี

Q5 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน ดื่มกาแฟได้ไหม?

A: ดื่มได้ในปริมาณจำกัด ไม่เกินวันละ 1 แก้วเล็ก (คาเฟอีนไม่เกิน 200 มก./วัน)

Q6 : ยังไม่พร้อมไปฝากครรภ์ รออีกหน่อยได้ไหม?

A: แนะนำให้ฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าท้อง เพราะช่วง ตั้งครรภ์ 1 เดือน เป็นช่วงสำคัญที่สุดต่อพัฒนาการทารก


Q7 : ตั้งครรภ์ 1 เดือน มีอาการปวดท้องน้อย แบบไหนควรไปหาหมอ?

A: หากปวดเล็กน้อยแบบตึง ๆ ถือว่าปกติ แต่ถ้าปวดรุนแรงร่วมกับเลือดออก ควรรีบพบแพทย์ทันที


สรุป : ทำไมช่วงตั้งครรภ์ 1 เดือน ถึงสำคัญที่สุด

แม้จะเป็นเพียงเดือนแรกของการตั้งครรภ์ แต่คือช่วงที่อวัยวะสำคัญของลูกเริ่มก่อตัว สุขภาพแม่มีผลโดยตรงต่ออนาคตของลูก การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือการมอบของขวัญชิ้นแรกให้ลูกน้อย หากคุณแม่เข้าใจร่างกายตัวเอง ดูแลโภชนาการ พักผ่อนเพียงพอ และได้รับการดูแลจากแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ การตั้งครรภ์ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข ความมั่นใจ และความอบอุ่น



Comments


bottom of page