top of page

รู้หรือไม่ ความรักของคุณพ่อคุณแม่ ส่งไปยัง “ ทารกในครรภ์ ” ได้อย่างไรบ้าง

ในวันที่ผลตรวจขึ้นสองขีด หรือวันที่คุณหมอบอกว่า “ ได้ยินเสียงหัวใจแล้วนะคะ ” ชีวิตของคนสองคนก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ความรักไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ได้อุ้มลูก แต่เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ หลายๆ คนอาจสงสัยว่า “ ทารกในครรภ์ จะรับรู้ความรักของคุณพ่อคุณแม่ได้จริงหรือ? ” คำตอบคือ ได้จริงและมากกว่าที่หลายคนคิด


ทารกในครรภ์

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจว่า ความรัก ความรู้สึก เสียงพูด การสัมผัส และอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ สามารถส่งต่อไปถึง ทารกในครรภ์ ได้อย่างไร พร้อมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และมุมอื่นๆ ที่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจด้วยค่ะ


ทารกในครรภ์ รับรู้ถึงการมีอยู่ของโลกภายนอกได้ตั้งแต่เมื่อไร

หลายคนเข้าใจว่า ทารกในครรภ์ยังเล็กเกินกว่าจะรับรู้อะไร แต่ในความเป็นจริง พัฒนาการของทารกเริ่มเร็วมาก

พัฒนาการสำคัญของทารกในครรภ์

พัฒนาการสำคัญของทารกในครรภ์

  • อายุครรภ์ 6–7 สัปดาห์ : เริ่มมีการพัฒนาของระบบประสาท

  • อายุครรภ์ 16–20 สัปดาห์ : เริ่มรับรู้เสียงและการสั่นสะเทือน

  • อายุครรภ์ 24 สัปดาห์ขึ้นไป : สมองเริ่มจดจำเสียงคุ้นเคย

  • อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป : ตอบสนองต่ออารมณ์ของแม่ได้ชัดเจน

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทารกในครรภ์ไม่ได้เป็นเพียงผู้อาศัยในครรภ์คุณแม่เงียบๆ แต่เป็นชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเรียนรู้โลก ผ่านความรักของคุณพ่อคุณแม่ในทุกๆ วัน


ความรักของคุณแม่ ส่งไปถึงทารกในครรภ์ได้อย่างไร

ความรักของคุณแม่ ส่งไปถึงทารกในครรภ์

  1. อารมณ์ของแม่ คือภาษาที่ลูกเข้าใจได้ดีที่สุด : เมื่อคุณแม่รู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย อบอุ่น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ดี เช่น

    1. ออกซิโทซิน (Oxytocin)

    2. เซโรโทนิน (Serotonin)

    ฮอร์โมนเหล่านี้สามารถส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์ ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัยและสงบ ในทางกลับกัน หากคุณแม่เครียด วิตกกังวลเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของลูกน้อยได้ เพราะฉะนั้นการที่คุณแม่ดูแลใจตัวเอง ก็คือการดูแลหัวใจของทารกในครรภ์ไปพร้อมๆ กัน

  2. การลูบท้อง คือการสื่อสารแห่งความรัก :  การลูบท้องเบา ๆ ไม่ใช่แค่ท่าทางที่น่ารัก แต่เป็นการส่งสัญญาณความอบอุ่นไปถึงลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งทารกในครรภ์สามารถรับรู้แรงสัมผัสและการเคลื่อนไหวได้ หลายครั้งลูกน้อยจะตอบสนองด้วยการดิ้น หรือขยับตัวตอบสนอง นี่คือการ “ คุยกัน ” โดยไม่ต้องใช้คำพูด ซึ่งเป็นสายใยรักที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

  3. เสียงของแม่ เสียงแรกที่ลูกคุ้นเคย : เสียงของคุณแม่คือเสียงที่ทารกในครรภ์ได้ยินชัดที่สุด เพราะส่งผ่านทั้งทางน้ำคร่ำและการสั่นสะเทือนของร่างกายของคุณแม่ การพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ที่คุณแม่สามารถทำได้คือ

    1. เล่าเรื่องในชีวิตประจำวัน

    2. บอกความรู้สึก

    3. เรียกลูกด้วยชื่อเล่น

    การพูดคุยกับลูกน้อยใครรภ์ ช่วยให้ทารกในครรภ์รู้สึกคุ้นเคย และเกิดความผูกพันตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก

แล้วความรักของคุณพ่อ ส่งไปถึงทารกในครรภ์ได้หรือไม่

คำตอบคือ สามารถส่งไปได้ และสำคัญมากไม่แพ้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เลย


ความรักของคุณพ่อ ส่งไปถึงทารกในครรภ์

  1. เสียงของพ่อ เสียงที่ลูกจดจำได้ :  แม้เสียงของคุณพ่อจะผ่านผนังหน้าท้องและน้ำคร่ำ แต่ทารกในครรภ์สามารถแยกแยะเสียงที่ได้ยินบ่อยได้ หลายครอบครัวพบว่า เมื่อคุณพ่อพูด ลูกจะดิ้นหรือขยับตัวตอบสนอง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการรับรู้ถึง “ ความคุ้นเคย ” และ “ ความปลอดภัย ”

  2. การสัมผัสของพ่อ สร้างความผูกพันตั้งแต่ยังไม่เกิด : การวางมือบนท้องแม่ และการลูบท้องเบา ๆ พร้อมพูดคุยกับลูก ไม่เพียงช่วยให้ทารกในครรภ์รับรู้ถึงความรัก แต่ยังช่วยให้คุณพ่อรู้สึกมีส่วนร่วมกับการตั้งครรภ์มากขึ้น ความผูกพันนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์พ่อ–ลูกในอนาคตอย่างลึกซึ้ง

  3. การดูแลคุณแม่ท้อง คือการรักลูกทางอ้อม : เมื่อคุณพ่อดูแลคุณแม่ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น รับฟัง ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเครียดของคุณแม่ท้องได้ และส่งผลดีต่อทารกในครรภ์โดยตรง บางครั้งความรักที่ลูกน้อยในครรภ์ได้รับ อาจมาในรูปแบบของการที่คุณพ่อรักคุณแม่อย่างอ่อนโยน


ความรักของพ่อแม่ ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างไร

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ทารกในครรภ์ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่คุณแม่ท้องมีความสุข มีแนวโน้มที่จะ :

  • ระบบประสาทพัฒนาได้ดี

  • ปรับตัวกับโลกภายนอกได้ง่าย

  • มีพื้นฐานทางอารมณ์ที่มั่นคง

ความรักจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็น “ พื้นฐานของชีวิต ” ที่พ่อแม่มอบให้ลูกตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ได้



ความรักพ่อแม่ ส่งถึงทารกในครรภ์

วิธีส่งต่อความรักไปยังทารกในครรภ์ในชีวิตประจำวัน

  1. พูดคุยกับลูกเป็นประจำ : ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แค่เล่าเรื่องธรรมดา ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

  2. ดูแลอารมณ์ของตัวเอง  : ให้เวลากับการพักผ่อน ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายใจ

  3. ให้คุณพ่อมีส่วนร่วมเสมอ  : ชวนคุณพ่อคุยกับลูก ชวนคุณพ่อจับท้อง รับรู้การดิ้นของลูกน้อยในครรภ์

  4. สร้างบรรยากาศอบอุ่นในครอบครัว : เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความเข้าใจ ล้วนเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับทารกในครรภ์


FAQ : คำถามที่พ่อแม่สงสัยเกี่ยวกับความรักและทารกในครรภ์

Q1: ทารกในครรภ์ รับรู้ความรักของพ่อแม่ได้จริงหรือไม่

A: ทารกในครรภ์สามารถรับรู้ความรักได้จริง โดยเฉพาะผ่านอารมณ์ของคุณแม่ เสียงพูด การสัมผัส และบรรยากาศรอบตัว งานวิจัยพบว่าอารมณ์ของพ่อแม่ โดยเฉพาะความสงบและความสุข สามารถส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ของทารกในครรภ์ได้


Q2: ทารกในครรภ์เริ่มรับรู้เสียงของพ่อแม่ตั้งแต่กี่สัปดาห์

A: โดยทั่วไป ทารกในครรภ์จะเริ่มรับรู้เสียงได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 16–20 สัปดาห์ และจะจดจำเสียงที่ได้ยินบ่อย โดยเฉพาะเสียงของคุณแม่ และเสียงของคุณพ่อที่พูดคุยกับลูกเป็นประจำ


Q3: การพูดคุยกับทารกในครรภ์มีประโยชน์อย่างไร

A: การพูดคุยกับทารกในครรภ์ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูก ช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับเสียง และยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการฟังและสมอง เมื่อคลอดออกมา เด็กมักจะสงบลงเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในครรภ์


Q4: ความเครียดของแม่ ส่งผลต่อทารกในครรภ์มากแค่ไหน

A: หากคุณแม่มีความเครียดเป็นครั้งคราว ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากเครียดสะสมเป็นเวลานาน ฮอร์โมนความเครียดอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น ทำให้ลูกไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือมีแนวโน้มปรับอารมณ์ได้ยาก ดังนั้นการดูแลสุขภาพใจของแม่จึงสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย


Q5: คุณพ่อสามารถส่งความรักไปถึงทารกในครรภ์ได้อย่างไร

A: คุณพ่อสามารถส่งความรักไปถึงทารกในครรภ์ได้หลายวิธี เช่น พูดคุยกับลูก ลูบท้องคุณแม่เบา ๆ อยู่ใกล้ชิด และดูแลคุณแม่ให้มีความสุข เพราะเมื่อแม่มีความสบายใจ ลูกในครรภ์ก็จะได้รับผลดีไปด้วย


Q6: การลูบท้องบ่อย ๆ จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่

A: การลูบท้องเบา ๆ อย่างอ่อนโยนไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ตรงกันข้าม ยังช่วยสร้างความอบอุ่นและความผูกพันให้ลูกน้อยรับรู้ถึงความรักและความปลอดภัยอีกด้วย


Q7: ทารกในครรภ์สามารถรับรู้ความรักผ่านดนตรีได้หรือไม่

A: ทารกในครรภ์สามารถรับรู้เสียงดนตรีได้ โดยเฉพาะดนตรีที่มีจังหวะนุ่มนวลและระดับเสียงไม่ดังเกินไป ดนตรีสามารถช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลาย และเมื่อแม่รู้สึกสงบ ทารกในครรภ์ก็จะได้รับผลดีตามไปด้วย


Q8: ถ้าไม่ค่อยได้พูดกับลูกในครรภ์ จะส่งผลเสียหรือไม่

A: ไม่จำเป็นต้องกังวลค่ะ แม้จะไม่ได้พูดกับลูกบ่อย ๆ แต่หากคุณแม่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ดูแลตัวเอง และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ทารกในครรภ์ก็ยังสามารถรับรู้ถึงความรักได้เช่นกัน การพูดคุยเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีเท่านั้น


Q9: ความรักของพ่อแม่มีผลต่อบุคลิกของลูกในอนาคตหรือไม่

A: ความรักและความอบอุ่นที่ทารกในครรภ์ได้รับ เป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการทางอารมณ์ เด็กที่เติบโตจากครรภ์ที่แม่มีความสุข มักมีแนวโน้มปรับตัวได้ดี มีความรู้สึกปลอดภัย และเชื่อมั่นในความรักรอบตัวมากขึ้น


Q10: สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ควรทำเพื่อลูกในครรภ์คืออะไร

A: สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดูแลหัวใจของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างไม่กดดันเกินไป ให้เวลากับความสุขเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เพราะความสุขของพ่อแม่ คือของขวัญชิ้นแรกที่มีค่าที่สุดสำหรับทารกในครรภ์


เพราะความรัก ไม่ต้องรอให้ลูกลืมตา ทารกในครรภ์อาจยังพูดไม่ได้ ยังไม่รู้จักโลกภายนอก แต่สามารถ “รู้สึก” ได้ว่า ตัวเองกำลังถูกรักหรือไม่ ทุกคำพูด ทุกการสัมผัส ทุกความห่วงใยของคุณพ่อคุณแม่ กำลังหล่อหลอมชีวิตน้อย ๆ ให้เติบโตอย่างแข็งแรง ทั้งกายและใจ มาส่งต่อความรักให้ลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์กันนะคะ





Comments


bottom of page